ผ่านไป 2 ปีกับโศกนาฏกรรมสึนามิที่ญี่ปุ่นกับการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน


japan_tsunami_2011_by_erixyao-d3be3yz

“11-03-2011” คงเป็นชุดตัวเลขที่แสดงวัน-เดือน-ปี ที่จะอยู่ในความทรงจำของคนญี่ปุ่น

ไปอีกนานแสนนาน เพราะเมื่อวันที่ 11 เดือนมีนาคม 2011 ได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว

และเกิดสึนามิซัดเข้าถล่มชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศญี่ปุ่น

พรากชีวิตไปประมาณ 19,000 คนและทำให้คนอีก 300,000 กว่าคนไม่มีที่อยู่อาศัย

ความเศร้าโศกเสียใจท่วมไปทั้งประเทศดินแดนอาทิตย์อุทัยแห่งนี้

ยังไม่รวมถึงผลที่ตามมาจากการรั่วไหลของกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่จะส่ง

ผลต่อเนื่องไปอีกนานแสนนาน จนไม่รู้ว่าในวันที่ปัญหาเรื่องรังสีหายไป ความรู้สึกเสียใจ

ของพวกเขาจะหายไปด้วยหรือเปล่า

เมื่อครบรอบ 2 ปีของเหตุการณ์มหาโศกนาฏกรรมทางประเทศญี่ปุ่นได้มีการจัดพิธีรำลึก

ถึงผู้วายชนม์ทุกคน โดยพิธีจัดตามชายฝั่งที่เกิดเหตุการณ์และจัดที่กรุงโตเกียว ซึ่งมี

สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะและจักรพรรดินีมิจิโกะ เสด็จฯเป็นองค์ประธาน

 

ผมไปเจอรูปที่คุณ Kunio Okawara ซึ่งเป็นผู้ออกแบบ Mechanic  ชื่อดังเป็นผู้ออกแบบเครื่องกล

หุ่นยนต์ให้กับอนิเมะหลายๆเรื่องรวมถึง Gundam (ตัวที่ผมชอบคือ MK-II)

Gundam MK-II Titan

 

ได้โพสต์รูปจากทวิตเตอร์ของเขา (@mydogcopelove) เป็นรูป RX-78-2

กำลังภาวนารำลึกถึงเหตุการณ์การสูญเสียเมื่อ 2 ปีก่อน

295497_555989361088411_1816338986_n

มีสิ่งหนึ่งที่นักเรียนผมตั้งข้อสังเกตคือ ทั้งๆที่ประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่ใกล้รอยต่อระหว่างแผ่นธรณีภาคหรือ

ที่หลายคนเรียกว่าแผ่นเปลือกโลกถึง 4 แผ่นคือ แปซิฟิก ยูเรเชีย ฟิลิปปินส์ และอเมริกาเหนือ

มีโอกาสสูงมากที่จะเกิดแผ่นดินไหว (ซึ่งก็ทราบกันดีว่าเกิดบ่อยมาก) แต่ทำไมถึงกล้าพอจะสร้าง

โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เป็นจำนวนถึง  55 แห่ง กำลังสร้างอยู่ 2 แห่ง และมีจะสร้างอีก 12

(ก่อนเกิดเหตุการณ์สึนามิ)

ผมก็ตอบในสิ่งที่ผมคิดคือ

1. ญี่ปุ่นถือว่าพลังงานเป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

2. ญี่ปุ่นคิดว่าก่อสร้างให้มีความแข็งแรงพอดที่จะทนทานต่อแผ่นดินไหวได้ ก็โอเค

หลังจากเกิดการรั่วไหลของกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้าที่ฟุกูชิมะ ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมต่อประเทศอื่นๆ

ที่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เช่น  ประเทศเยอรมัน ทางรัฐบาลของเยอรมันมีข้อสรุป

ว่าจะมีการจะยุติการใช้พลังงานนิวเคลียร์ทั้งหมดในปี 2022 แม้จะมีเสียงบอกว่า

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในเยอรมันมีความเสี่ยงน้อยกว่าโรงไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่นก็ตาม

 

ส่วนในประเทศไทย กระแสต่อต้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ มันมาก่อนเหตุการณ์สึนามิพอเจอเหตุการณ์ดังกล่าวไป

กระแสยิ่งแรงทบทวีขึ้นไปอีก ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับด้านพลังงานก็ต้องกลับมานั่งคิดให้ปวดหัวอีกครั้ง

เนื่องจากว่าพลังงานไฟฟ้าที่ประเทศไทยผลิตได้เองกับที่ต้องซื้อนั้นมีสัดส่วนดังนี้

 

Capture

จะเห็นได้ว่าจากสถิติที่รายงานถึงเดือน มกราคม 56 นั้นซื้อกับผลิตได้เองแทบจะไม่ต่างกันและพอมีข่าว

ออกมาว่าในช่วงเมษายนซึ่งเป็นช่วงเดือนที่คนไทยมีความต้องการใช้พลังงานสูง

Capture1

ทางพม่าผู้ขายก๊าซธรรมชาติ (เราเอามาผลิตไฟฟ้า) รายใหญ่ของเราจะปิดปรับปรุง

ท่อส่งก๊าซในช่วงเวลาดังกล่าว จึงมีความเป็นไปได้เกิดขึ้นว่าไฟฟ้าในช่วงเวลาดังกล่าว

จะมีปริมาณมากพอให้คนไทยได้ใช้อย่างเช่นเคยๆหรือไม่

ส่วนเรื่องพลังงานทดแทนต้องยอมรับครับว่าบ้านเราพลังงานที่จะมาใช้ในรูปแบบพลังงานทดแทน

มันไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าของคนทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์

พลังงานลม พลังงานความร้อนใต้ดินหรือพลังงานไฟฟ้าจากเขื่อน  เพราะพลังงานทดแทนเหล่านี้

ต่างมีข้อจำกัดในการผลิตแตกต่างกันไป… หากกลัวว่าเมื่อมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และ

จะเกิดเหตุการณ์แบบญี่ปุ่น พวกเราก็ต้องช่วยกันลดการใช้พลังงานให้ได้มากพอ

ที่จะไม่จำเป็นต้องสร้างมันครับ

เหอๆ

ตูว่านะ

ข้อมูลและรูปจาก: การไฟฟ้าฝ่ายผลิต และ alysasawyer.wordpress.com , GundamGuy 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s