โออิชิและอิชิตัน ความเหมือนที่แตกต่าง


ไม่เคยกล่าวถึงแวดวงในเรื่องอื่นที่ไม่ใช่ฟิสิกส์ ของเล่นหรือการ์ตูนเลย
แต่มาสะดุดเมื่อได้เห็นตัวโฆษณาชาเขียว 2 ยี่ห้อที่ดูเหมือนว่าจะมาแหล่งกำเนิดเดียวกัน
คือ โออิชิ กับ อิชิตัน ซึ่งทั้งสองแบรนด์นี้กำเนิดมาจากคนๆเดียวกันนั้นคือ คุณตัน ภาสกรนที
ต้องขอบอกก่อนว่าผมเองก็ไม่มีความรู้ในเชิงธุรกิจเลย อาศัยมุมมองของผู้บริโภคธรรมมดาคนหนึ่งที่มาสะดุดหยุดมอง

ที่ผมรู้คือคุณตันขายหุ้นที่ถือครองในโออิชิไปจนหมดจนเป็นข่าวเกรียวกราวกันอยู่พักหนึ่ง
ผมก็ไม่รู้ว่าเขาจบกันด้วยดีหรือไม่ จนกระทั่งเมื่อเร็วๆนี้ เมื่อสถานการณ์เลวร้ายจากน้ำท่วมครั้งใหญ่เริ่มสงบลง
ภาวะการแข่งขันของน้ำชาเขียวก็รุนแรงขึ้น เมื่อโออิชิ เปิดแคมเปญ “โออิชิ ไปแต่ตัวทัวร์ยกแก๊งค์ ภาค 3”
(ซึ่งในปีที่ผ่านมาไม่ได้จัดเพราะเหตุการณ์แผ่นดินไหวและซึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น
พอสถานกาณ์ทางญี่ปุ่นเริ่มดีขึ้น ประเทศไทยก็เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่)
อย่างที่เรารู้กันดีว่า “ทัวร์ยกแก๊งค์” ผู้ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์คือ คุณตัน ภาสกรนที
แต่เมื่อคุณตันออกจากโออิชิ ไปเปิดธุรกิจ ชาเขียวของตัวเองอีกครั้งในชื่อ “อิชิตัน”
มันทำให้หลายคนรู้สึกว่า การออกจากโออิชิของคุณตันนั้น ย่อมไม่ใช่การจากกันด้วยดี
และเมื่อมีคนสังเกตแพคเกจระัหว่างกล่องโออิชิและกล่องอิชิตัน มันทำให้ดูเหมือนว่าคุณตัน
เล็งจะโค่นยักษ์ใหญ่ในวงการชาเขียวอย่างโออิชิที่ตัวเองได้สร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง

ย้อนกลับมาดูถึงแคมเปญในรูปแบบชิงโชค ไปเที่ยว+ให้เงิน+ไปกันยกแก๊งค์
ก็มีการแข่งขันกันแบบหมัดต่อหมัดปล่อยหมัด Counter
ให้กองเชียร์เดินมานั่งชมตรงที่นั่งริงไซด์กันเลย

โออิชิ ไปแต่ตัว ทัวร์ยกแก๊งค์

อิชิตัน เที่ยวกับตัน มันส์กับโน๊ต

เมื่อ “อิชิตันเที่ยวกับตันมันส์กับโน๊ต” ออกมาคำว่า กัปตันตัวจริงกลับมาแล้ว” ฟังผ่านๆไม่คิดอะไร
แต่เหมือนเหน็บเบาแต่สะเทือนกันทั้งบาง

ต่อมามีข่าวการให้สัมภาษณ์คุณอนิรุทธิ์ มหธร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ จำกัด (มหาชน)

“เราไม่คิดว่าเขาจะทำโปรโมชั่นนี้ ถ้าเป็นผมจะไม่ทำ ในวงการธุรกิจของผมก็ไม่ทำกันอยู่แล้ว”

แคมเปญนี้อิชิตันเลือกใช้คำว่า “ตัวจริงกลับมาแล้ว” และเจ้าของไอเดียทัวร์ยกแก๊ง
มาตอกย้ำกับผู้บริโภคผ่านเฟซบุ๊กและสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ซึ่งอนิรุทธิ์
ตั้งคำถามว่าในแง่จริยธรรมทางธุรกิจแล้วนั้น สมควรหรือไม่ ? 
“แคมเปญไปแต่ตัว ทัวร์ยกแก๊งที่ผ่าน ๆ มา คุณตันบริหารงานภายใต้สัญญา
และก็เป็นพนักงานของบริษัทโออิชิ เรื่องนี้ต้องให้คนคิดเอาเองว่า สิ่งที่เขาทำครั้งนี้เหมาะสมหรือไม่”

หากถามถึงในแง่ความถูกต้อง สิทธิ์คำว่า “ทัวร์ยกแก๊ง”
ควรจะเป็นของใครระหว่างบริษัทโออิชิ กับ ตัน ที่เป็นเจ้าของไอเดีย 

“ผม ว่าเรื่องบางเรื่องจะให้กฎหมายมาเป็นตัวตัดสินครอบคลุมไปเสียทุกอย่างคงไม่ได้
เรื่องนี้มันต้องใช้สามัญสำนึก เอาง่าย ๆ ถ้าเป็นผม ผมก็จะไม่ทำ ผมอาจแค่เอาข้อดีบางจุดที่เคยทำสำเร็จ
มาปรับใช้ แต่ทำออกมาแล้วก็ต้องรู้สึกว่ามีความแตกต่างนะ ไม่ใช่เหมือนกันแบบนี้”

ทั้งนี้ อนิรุทธิ์ย้ำว่า โออิชิจะไม่มีความเคลื่อนไหวในแง่กฎหมายใด ๆ กับกรณีที่เกิดขึ้น 

“ถามว่าเราจะฟ้องหรือไม่ เราคงไม่เสียเวลากับเรื่องนี้ สิ่งที่เราจะโฟกัสคือผู้บริโภคมากกว่า”

อย่างไรก็ตาม งานนี้หากมองในแง่การชิงพื้นที่ข่าว ต้องถือว่าอิชิตันสามารถฉกชิงความได้เปรียบ
ด้วยการเป็นฝ่ายแถลงข่าวและออก สื่อต่าง ๆ ทิ้งช่วงโออิชิที่ถึงขณะนี้เพิ่งจะเปิดตัวหนังโฆษณา
“ไปแต่ตัว ทัวร์ยกแก๊ง 555”
 โดยให้ผู้บริโภคทายว่าซูเปอร์สตาร์ 5 คนที่ร่วมเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งนี้เป็นใคร 
การโต้กลับของผู้นำตลาดชาเขียว โออิชิเลือกหยิบยกคำว่า “ต้นตำรับ” ทัวร์ยกแก๊งมาสื่อถึงผู้บริโภค 
ซึ่งอนิรุทธิ์ ยอมรับว่า ผู้บริโภคคงจะสับสน อย่างไรก็ตาม ก็เชื่อมั่นจากผลวิจัยผู้บริโภคที่ชี้ชัดว่า
สำหรับแคมเปญทัวร์ยกแก๊ง ผู้บริโภคจดจำและผูกพันกับ “แบรนด์” มากกว่า “คน”

“คำว่าไปกับตัน เป็นเพียงภาคเดียวของทัวร์ยกแก๊ง จากที่ทำมาทั้งหมด 4 ปี คนไม่ได้ติดว่าไปกับตัน คนติดแบรนด์มากกว่า”
เขาชี้ว่า วันนี้ ไปแต่ตัว ทัวร์ยกแก๊ง เปรียบเสมือนดีเอ็นเอของโออิชิที่แยกจากกันไม่ได้ 
“เรา ไม่จัดไม่ได้ การไปญี่ปุ่นมันสะท้อนถึงตัวตนของโออิชิ ที่สื่อถึงความเป็นชาเขียวต้นตำรับญี่ปุ่น
เราไม่ทำไม่ได้ และผู้บริโภคก็คาดหวังจากเรา”

แม้จะถูกชิงจังหวะไปพอสมควร แต่เขาก็มั่นใจว่าโปรโมชั่นหน้าร้อนของโออิชิปีนี้
จะสร้างความฮือฮาและสร้าง กระแสในวงกว้างได้ไม่แพ้คู่แข่ง โดยเฉพาะการเปิดตัว
5 ซูเปอร์สตาร์ที่จะไปร่วมกับทริปครั้งนี้

“วันนี้ผมไม่มองว่าเขาทำอะไร จะไปไหนหรือไม่ไป เรามองที่ความต้องการของผู้บริโภค” 
ทั้งนี้ เขาเชื่อว่า เกมการตลาดแบบ “ตามรอย” ยังคงไม่หมดไปง่ายๆ แต่ในอนาคตก็เชื่อว่าจะค่อย ๆ แยกกันไปในที่สุด 
“เรา ก็พัฒนาของเราไปเรื่อย ๆ อนาคตจะค่อย ๆ เห็นตัวตนของโออิชิที่แยกออกจากตัน อย่างเด็ดขาด
แต่จริง ๆ เรื่องนี้ไม่ใช่คีย์หรือโจทย์ทางการตลาดที่เราให้ความสำคัญ คีย์ของเราคือตอบสนองความต้องการผู้บริโภคมากกว่า” 

จาก ประชาธุรกิจ  

จากเรื่องราวที่ดูเหมือนเริ่มต้นระหว่างชาเขียวทั้งสองแบรนด์ทำให้ผมนึกถึงกรณีในวงการฟุตบอล
อย่างทีมในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษคือ ลิเวอร์พูลกับเอเวอร์ตัน

นอกจากจะแข่งขันกันในรูปแบบของแคมเปญแล้ว แม้กระทั่งกล่องที่ใช้รับชิ้นส่วนเพื่อส่งชิงโชคนั้น
เมื่อเดินเข้าไปใน 7-11 คาดว่าน่าจะทุกสาขาเราจะเจอการวางที่ประกบกัน
ลักษณะรูปแบบกล่อง แต่อิชิตันมีข้อความเขียนเตือนไว้ด้วย

ผมคาดว่าน่าจะมีการหย่อนผิดกล่องแน่ๆ สุดท้ายนี้เราคงได้เห็นอะไรต่างๆระหว่างนักมวยชาเขียวจาก
ทั้งสองค่ายนี้แน่ ในมุมมองผมเหมือนคุณตันจะต้องสู้กับตัวเองในอดีตในช่วงที่ตัวเองท๊อปฟอร์ม
ความท้าทายอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งมีไม่กี่คนจะได้เจอ
ที่ใจจริงผมอยากจะบอกว่า ไม่ต้องห่วงครับผมส่งชิงโชคทั้งโออิชิและอิชิตัน

เหอๆ

ตูว่าน่ะ 

รูปที่ 1 และ 3 จาก Google รูปที่ 2 จาก pantip

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s